475008

 

พม. จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทราษฎรบนพื้นที่สูง 135 รูป เพื่อถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

         วันนี้ (4 ก.ค.63) เวลา 13.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบรรพชาอุปสมบทราษฎรบนพื้นที่สูง ประจำปี พ.ศ. 2563 จำนวน 135 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. รวมทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน ณ วัดศรีโสดา พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่

          นายจุติ กล่าวว่า “โครงการพระธรรมจาริก” เป็นโครงการที่กรมประชาสงเคราะห์ หรือปัจจุบันเรียก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินงานร่วมกับคณะพระธรรมจาริก และมูลนิธิเผยแผีพระพุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดาร ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านจิตใจและการศึกษา อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกในความเป็นไทยให้ราษฎรบนพื้นที่สูงเกิดความสำนึกในความเป็นไทย และความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งปัจจุบัน โครงการพระธรรมจาริก มีสำนักงาน 2 แห่ง ประกอบด้วย 1) สำนักงานประธานคณะพระธรรมจาริก ตั้งอยู่ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร และ 2) สำนักงานพระธรรมจาริกส่วนภูมิภาค วัดศรีโสดา พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่

 

475015 0

 

          นายจุติ กล่าวต่ออีกว่า ตลอดระยะเวลากว่า 55 ปี โครงการพระธรรมจาริกได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในการถวายปัจจัย เครื่องอุปโภคบริโภค และอุปถัมภ์สนับสนุนการพัฒนางานพระธรรมจาริก ซึ่งขณะนี้ มีผู้ที่ผ่านการบรรพชาอุปสมบท จำนวนทั้งสิ้น 11,416 รูป ยังครองสมณเพศเป็นพระธรรมจาริกจำนวน 777 รูป แบ่งเป็น พระภิกษุ 337 รูป สามเณร 440 รูป สำหรับปี พ.ศ. 2563 มีผู้เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทหมู่ราษฎรบนพื้นที่สูงจำนวนทั้งสิ้น 135 รูป จาก 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก น่าน เชียงราย ลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร สุโขทัย พะเยา และอุทัยธานี เพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ หลังจากที่บรรพชาอุปสมบทแล้ว จะเข้ารับการศึกษาพระธรรมวินัย และวิชาการต่าง ๆ ทั้งสายปริยัติธรรมและสายสามัญ และเมื่อจบการศึกษาแล้ว หากอยู่ในสมณเพศจะออกปฏิบัติงานเผยแพร่พระพุทธศาสนาร่วมกับพระธรรมจาริก ส่วนผู้ที่ลาสิกขาบทจะได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และทำประโยชน์ให้แก่ครอบครัว ชุมชนต่อไป

          นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ขอเป็นสื่อกลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ราษฎรบนพื้นที่สูงของคณะพระธรรมจาริก แม้ความห่างไกลจะเป็นอุปสรรค แต่ศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนา และการเจริญศาสนกิจของของคณะพระธรรมจาริก จะนำพาชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง รวมทั้งครอบครัวและชุมชน ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานความมั่นคงทางจิตใจที่ดีต่อไป

 

179296 0

 

475000

 

475001

 

475002

 

475003

 

475004

 

475005

 

475012 0

 

475009

 

475007

 

 

 

 

 

 

 

 

 

S 12566556

 

รมว.พม. ร่วมยินดีพร้อมชื่นชม MISSTER DEAF GAY THAILAND และนางงามผู้บกพร่องทางด้านสายตาโครงการ I CAN DO IT เป็นต้นแบบคนพิการ

 

          วันนี้ (29 มิ.ย. 63) เวลา 13.45 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับตำแหน่งเวที MISSTER DEAF GAY THAILAND และนางงามผู้บกพร่องทางด้านสายตา โครงการ I CAN DO IT พร้อมทั้งมอบประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนการประกวด ณ บริเวณห้องโถงชั้น 1 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ

 

S 12566541

 

 

          นายจุติ กล่าวว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่มุ่งการยกระดับคุณภาพชีวิตและการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายในสังคม เพื่อนำประเทศไปสู่การพัฒนา อย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave no one behind) สำหรับกลุ่มคนพิการกว่า 2 ล้านคน รัฐบาลให้ความสำคัญในการสร้างโอกาส เพื่อความสามารถในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมและบริการของรัฐอย่างทั่วถึง ด้วยความภาคภูมิใจในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง รวมทั้งปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งเพศ ทั้งเพศหญิง เพศชาย หรือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.)จึงขับเคลื่อนงานด้านคนพิการในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนความเข้มแข็งของคนพิการและเครือข่าย อีกทั้งสร้างความตระหนักรู้และสร้างเจตคติที่ดีของคนในสังคมต่อคนพิการและความพิการ

 

          นายจุติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับวันนี้ กระทรวง พม. โดย พก. ได้ร่วมกับกองประกวด MISSTER DEAF GAY THAILAND จัดพิธีแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับตำแหน่งเวที MISSTER DEAF GAY THAILAND จำนวน 6 คน อาทิ คุณสุกฤษฎิ์ สุขสัมพันธ์ รางวัลชนะเลิศ THE WINNER TEAM MISTER และคุณธนเทพ ศากยโรจน์ รางวัลชนะเลิศ THE WINNER TEAM MISS และนางงามผู้บกพร่องทางด้านสายตา จากโครงการ I CAN DO IT จำนวน 1 คน ได้แก่ คุณกฤติยาพร เกตุกำพล พร้อมทั้ง มอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนการประกวด จำนวน 23 คน ทั้งนี้ การประกวด MISSTER DEAF GAY THAILAND เป็นเวทีการประกวดกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ) ที่มีความพิการทางการได้ยิน ซึ่งเป็นการแสดงความสามารถและศักยภาพของคนพิการ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจของคนพิการ และเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อคนพิการ รวมถึง คนพิการที่มีความหลากหลายทางเพศ ให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม โดยมีการจัดประกวดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ลาดกระบัง กรุงเทพฯ

 

          นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน อยากบอกว่ามนุษย์ทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นอะไรที่ตนเองใฝ่ฝันได้ ถ้ามีความตั้งใจ ซึ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ ต้องมาจากความเพียรพยายามอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการฯนี้ จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของพวกท่านที่จะยืนอยู่บนสังคมไทยอย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม ซึ่งวันนี้ ตนได้เห็นถึงความเสียสละของจิตอาสาที่มาทำให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และเป็นอีกวันที่ได้เห็นความสามารถของคนพิการไทยที่ต้องการทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ฉะนั้น เมื่อเราหาจุดแข็งของตัวเองเจอและได้ทำตามความฝัน ตนเชื่อว่าชีวิตนี้จะไม่มีอะไรที่จะเป็นอุปสรรคกีดกั้นเราได้ กระทรวง พม. พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางของท่านให้ได้ไปสู่ฝันที่ท่านต้องการ

 

S 12566532

 

S 12566534

 

S 12566535

 

S 12566543

 

S 12566548

 

S 12566549

 

S 12566550

 

S 12566551

 

S 12566552

 

S 12566554

 

S 12566555

 

S 12566557

 

S 12566558

 

S 12566559

 

S 12566560

 

 

 

 

 

 

S 21061755

 

โครงการ “ตามรอยพ่อฯ” ปี 8 เดินหน้าจัดกิจกรรมอบรมและเอามื้อสามัคคี 3 จว.

ลพบุรี ชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา ยึดแนวทาง “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา

 

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” เดินหน้าสู่ปีที่ 8 จัดกิจกรรมอบรมและเอามื้อสามัคคีที่จังหวัดลพบุรี ชัยภูมิ และฉะเชิงเทรา ภายใต้แนวคิด “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อสร้างความรู้ความตระหนักแก่ประชาชนในการเตรียมความพร้อมรับมือกับน้ำท่วม น้ำแล้ง และสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของคนมีใจที่ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางปฏิบัติทำให้รอดในทุกวิกฤต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal)

 

S 21061754

 

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ)กิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้ 

 

S 21061757

 

          ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “จากการที่โครงการตามรอยพ่อฯ ได้ขับเคลื่อนมาจนเข้าสู่ปีที่ 8 ซึ่งเป็นระยะที่ 3 ของแผนหลัก 9 ปี (แบ่งเป็น 3 ระยะ ๆ ละ 3 ปี) ของโครงการ ซึ่งระยะแรก คือ การตอกเสาเข็ม สร้างการรับรู้ ระยะที่ 2 การแตกตัว เป็นการขยายผล สร้างคน สร้างครู สร้างเครื่องมือเพื่อยกระดับเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระยะที่ 3 การขยายผลเชื่อมโยงทั้งระบบ ซึ่งเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับสู่การแข่งขันได้ ต่อยอดการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานให้เกิดความยั่งยืนขึ้น ด้วยการเดินตามบันได 9 ขั้น ไปสู่ความพอเพียงตามแนวทางศาสตร์พระราชา และการวางรากฐานการพัฒนามนุษย์ เพราะหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนและพัฒนา คือ คน  โครงการจึงพยายามสร้างคน จากคนมีใจ สู่เครือข่าย และแม่ทัพผู้พาทำ เพื่อร่วมกันสืบสานศาสตร์พระราชาต่อไป

 

S 21061751

 

 

          จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เห็นผลเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ศาสตร์พระราชา คือ องค์ความรู้ในการจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน ทำให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีพื้นฐานปัจจัย 4 ครบ ทั้งอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ทำให้คนพอมี พอกิน พออยู่ พอใช้ และยังสามารถแบ่งปัน สร้างรายได้ เป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไร ก็สามารถอยู่รอดได้และยังช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย

          ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความเตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. 2547 ที่ว่า ’สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ พร้อมทรงวาดภาพระเบิด 4 ลูกล้อมรอบประเทศไทยอยู่ ซึ่งถึงวันนี้ประจวบเหมาะพอดีกับสถานการณ์ปัจจุบัน ระเบิด 4 ลูก หมายถึงวิกฤต 4 ด้านที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ คือ วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยแล้ง หมอกควัน วิกฤตด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และวิกฤตด้านการเมือง ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือเสาหลักที่จะกู้วิกฤตทั้ง 4 ด้านนี้ได้ โดยต้องปรับแนวคิดการดำเนินชีวิตใหม่ จะเห็นได้ว่าทรงคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ทรงเตือนคนไทยล่วงหน้าหลายปีเพื่อให้เตรียมพร้อมระวังภัย และได้พระราชทานศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยปฏิบัติเพื่อพึ่งพาตัวเองได้และใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อเป็นทางรอดจากทุกวิกฤตดังกล่าว”

 

S 21061756

 

          ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปี 8 ว่า “ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันลดการแพร่ระบาดด้วยการรักษาระยะห่าง โครงการตามรอยพ่อฯ จึงได้ปรับแผนการดำเนินกิจกรรมโดยเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลักมากว่า 4 เดือน (มี.ค.-มิ.ย.63) เพื่อให้กำลังใจและความรู้แก่ประชาชนในการนำศาสตร์พระราชามาใช้รับมือวิกฤตในครั้งนี้ ขณะนี้จากมาตรการเข้มข้นของภาครัฐกอปรกับความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทย ทำให้เราสามารถรับมือกับวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับเสียงชื่นชมจากหลายประเทศ ภาครัฐจึงมีมาตรการผ่อนปรนเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในแบบ New Normal หรือ วิถีชีวิตแบบปกติใหม่ที่ยังคงเน้นการดูแลตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 โครงการตามรอยพ่อฯ จึงได้กำหนดแผนการดำเนินกิจกรรมออนกราวด์ขึ้นอีกครั้ง ทั้งกิจกรรมฝึกอบรมและกิจกรรมเอามื้อสามัคคี หรือ การลงแขกอย่างโบราณนั่นเอง เพื่อน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 20,000 คน

          ทั้งนี้กิจกรรมออนกราวด์จะทำควบคู่กับการสื่อสารออนไลน์ต่างๆ ของโครงการ ซึ่งยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ และอินสตาแกรม และได้เพิ่มช่องทางสื่อบุคคล เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยมีคุณฌอน บูรณะหิรัญ นักคิด นักเขียนที่จะมาร่วมกิจกรรม มาเรียนรู้การใช้ศาสตร์พระราชาเพื่อแก้ปัญหาดิน น้ำ ป่ากับโครงการตลอดทั้งปี และมีส่วนร่วมในการสื่อสารองค์ความรู้นี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียของคุณฌอน ทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูบ และอินสตาแกรม ซึ่งมีผู้ติดตามรวมสูงถึง 6 ล้านคน จะเป็นช่องทางสำคัญในการเผยแพร่ศาสตร์พระราชาให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น”

          ทั้งนี้ กิจกรรมออนกราวด์ของโครงการตามรอยพ่อฯ ปี 8 จะเริ่มด้วยการฝึกอบรม หลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) หัวข้อของการฝึกอบรม คือ ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ.ลพบุรี

          ส่วนกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ปีนี้กำหนดจัด 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ศูนย์ปราชญ์ศาสตร์พอเพียงบอกเล่าก้าวตาม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ศูนย์การเรียนรู้ที่อดีตผู้ว่าราชการ จ. ชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการ จ.ภูเก็ต ได้รวบรวมคนมีใจและมีความรู้ด้านหลักกสิกรรม มาถ่ายทอดความรู้ศาสตร์พระราชาเพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวชัยภูมิ  และครั้งที่ 2  ณ โคก หนอง นาขาวัง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่ง ขาวัง คือ ร่องน้ำรอบแปลงนา  เป็นผืนนามหัศจรรย์แห่งภูมิปัญญาในการจัดการน้ำของชาวนาบางปะกง  ผืนนาที่นี่เป็นพื้นที่ระบบนิเวศ 3 น้ำ มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม ทำนาในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งตั้งแต่น้ำกร่อยจนน้ำเค็มก็เลี้ยงกุ้งหอยปูปลา ซึ่งที่นี่อาจเป็นผืนนานิเวศ 3 น้ำที่เดียวในโลก  โดยจะมีกิจกรรมการปั่นจักรยานรณรงค์จากโคก หนอง นามหานคร (หนองจอก) ถึง โคก หนอง นาขาวัง จ.ฉะเชิงเทรา อีกด้วย นอกจากนี้ โครงการยังมีช่องทางสื่อสารในรายการเจาะใจ ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง MCOT HD ในเดือนธันวาคม 2563

          ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมออนกราวด์ โครงการฯ ได้จัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมกิจกรรม อาทิ หน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ ถุงมือผ้า ถุงมือยาง แอลกอฮอล์ทั้งแบบน้ำและแบบเจล และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณที่พักและอาคารที่

การรวมตัวกัน ทั้งกำหนดระยะห่างระหว่างบุคคลในขณะทำกิจกรรม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย New Normal ของรัฐบาลอีกด้วย

           

            ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ   วิรดา อนุเทียนชัย       08-1804-5493

 

 

 

 

 

104897808 709911063178043 983450922152888097 n

         

                    พม. จัดประชุมพัฒนากลไกศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย 

                    พร้อมขับเคลื่อน พม. เป็นองค์กรต้นแบบการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ
 
          วันนี้ (29 มิ.ย. 63) เวลา 09.30 น. นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากลไกศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย โดยมีนางสาววิจิตา รชตะนันทิกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชาย (Chief Gender Equality Officer - CGEO)  หัวหน้าศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย (Gender Focal Point - GFP) และเจ้าหน้าที่ GFP ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. รวมจำนวน 45 คน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องปรินซ์ บอลรูม 3 ชั้น 11 โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ
 
74645303 295542001587395 3864330463452132808 n

นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)

 

          นายปรเมธี กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยงานหลักของรัฐบาลที่ดำเนินการขับเคลื่อนงานส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยได้ให้ความสำคัญของผู้บริหารและกลไกหลักในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศภายในหน่วยงาน ได้แก่ CGEO และ GFP ที่มีความรู้และความตระหนักในเรื่องเพศภาวะ สิทธิสตรี และการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ จะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย ทิศทาง และการดำเนินงานที่คำนึงถึงความแตกต่างทางเพศ และประเด็นเพศภาวะ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว คนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ในการให้เข้าถึงบริการและสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. อย่างเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จึงได้นำ CGEO GFP และเจ้าหน้าที่ GFP ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากลไกศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย เพื่อเสริมสร้างความรู้และความตระหนักในประเด็นความเสมอภาคระหว่างเพศ

          นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า การประชุมวันนี้ นับเป็นการเสริมสร้างความรู้และความตระหนักในประเด็นความเสมอภาคระหว่างเพศแก่หน่วยงานของกระทรวง พม. โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ในประเด็น สิทธิสตรี และการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ มาให้ความรู้ แลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เพื่อขับเคลื่อนกระทรวง พม. เป็นองค์กรต้นแบบในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ

          นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวง พม. มีการจัดการประชุม CGEO และ GFP โดยกำหนดแนวการพัฒนาใน 5 มิติ เพื่อสร้าง พม. ให้เป็นต้นแบบองค์กรในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ประกอบด้วย 1. มิติการพัฒนากลไก โดยให้มีการแต่งตั้ง CGEO ระดับกรม และ GFP ในทุกกรม และทบทวนการดำเนินการตามแผนแม่บทด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เป็นต้น 2. มิติการพัฒนาบุคลากร โดยให้ความรู้เรื่องเพศภาวะและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ รวมถึงการบูรณาการเพศภาวะในการปฏิบัติงานกับกลุ่มเป้าหมายของหน่วยงาน 3. มิติการพัฒนาการปฏิบัติงาน โดยจัดเก็บข้อมูลจำแนกเพศในองค์กรทั้งบุคลากรและผู้ใช้บริการ และงบประมาณที่มีมุมมองมิติเพศภาวะ (Gender Responsive Budgeting - GRB) เป็นต้น 4. มิติการพัฒนาสภาวะแวดล้อมและกฎระเบียบภายในองค์กร โดยปรับปรุงและพัฒนามาตรการและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เช่น ความเสมอภาคระหว่างเพศในการสรรหาและแต่งตั้ง การจัดห้องให้นมบุตร ห้องดูแลเด็กเล็ก ห้องปั๊มน้ำนมมารดา ห้องน้ำสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขการล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศในการทำงานทุกหน่วยงาน เป็นต้น 5. มิติการติดตามและประเมินผล โดยทุกส่วนราชการมีหน้าที่ในการติดตามและการรายงานการดำเนินงานในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ

 

103320527 905110393234389 7890782020766997155 n

 

105541126 193509545405443 4527718187546429185 n

 

105563563 280420753205716 5772184554049491070 n

 

 

105663595 382874792678265 6669538436255712692 n

 

105968165 636823546923286 1702674490430975709 n

 

106075661 366348174339566 2065499695465153153 n

 

106200816 270817033978855 3811524540522365444 n

 

106296830 266313271293032 9023135700075861095 n

 

106477479 217791322590711 1226783327608265882 n

 

106794626 1599729373534351 4913480765355323186 n

 

 

 

S 21061732

 

41st BIMS PRESS RELEASE

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 พร้อมปฏิวัติงานจัดแสดงรถยนต์

กำหนดมาตรฐานใหม่ New Normal-เสริมแพล็ตฟอร์มออนไลน์

               บริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคมนี้ ทีชาเลนเจอร์ ฮฮลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเตรียมปฏิวัติงานจัดแสดงรถยนต์ตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal วางมาตรการคัดกรองผู้เข้าชมงานอย่างเคร่งครัดตามข้อกำหนดของรัฐบาล ค่ายรถยนต์-จักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานคับคั่ง บนพื้นที่กว่า 170,000 ตารางเมตร และเตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ Virtual Motor Show จำลองบรรยากาศงงานสู่โลกออนไลน์เพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อรถยนต์

 

S 21061739

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

 

          ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 เปิดเผยว่า “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แรงบันดาลใจ” หรือ “INSPIRATION UNLOCKS THE FUTURE” เพื่อสื่อถึงการที่โลกยุคปัจจุบัน ผู้คนต่างสรรสร้างแนวความคิดใหม่ๆ เพื่อสร้างเรื่องราวสู่ความสำเร็จ ค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น และปลดทุกพันธนาการสู่ความสำเร็จ” 

“แม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาประเทศไทย และทั่วโลกเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อย่างคึกคักเหมือนเดิมบนพื้นที่จัดแสดง 170,960 ตารางเมตร ยืนยันได้ถึงการเป็นงานแสดงรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดร.ปราจิน กล่าว

 

          สำหรับบริษัทรถยนต์ และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์     ครั้งที่ 41 ประกอบด้วย Ford, BMW, MINI, SUZUKI, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Mazda, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche , Volvo, Land Rover, Jaguar, Kia, FOMM, Lamborghini,Subaru, Hyundai Truck& Bus, Takano, Royal Enfield, BMW Motorrad, Vespiario, A.P.Honda, Thai Suzuki, Kawasaki, Yamaha, BAJAJ, KTM, Husquavana และ Triumph 

 

S 21061743

คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์

 

          สำหรับมาตรฐานการคัดกรองผู้เข้าชมเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่าจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในฮอลล์จัดแสดง และใช้สเปรย์แอลกอฮอล์พ่นมือทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้าไปทดลองนั่งรถยนต์  

          คุณจาตุรนต์ เปิดเผยถึงขั้นตอนเพื่อคัดกรองผู้จัดแสดงงาน และประชาชนผู้เข้าชมงานตามข้อกำหนดของภาครัฐ "ในตอนนี้ทางอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่จัดแสดง มีมาตรการตรวจสอบดูแลด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัด การตั้งจุดสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ, การวัดอุณหภูมิร่างกาย และซื้ออุปกรณ์เครื่องฉายแสงยูวีฆ่าเชื้อแบบเคลื่อนที่ Germ Saber UVC Sterilizer เพื่อใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในพื้นที่จัดแสดงเข้ามาเพิ่มเติม โดยทางบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ในฐานะผู้จัดงานจะเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าชมด้วยการเตรียมจุดคัดกรองก่อนเข้าสู่ฮอลล์จัดแสดงอีก 1 ครั้ง รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทางดวงตา (Eye Temperature) ที่มีความแม่นยำเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้งานในสนามบินหลายแห่งทั่วโลก"

               ในขณะที่มาตรการเสริมเพื่อลดความแออัดของพื้นที่การจัดงาน คุณจาตุรนต์ กล่าวว่ามีการปรับเพิ่มพื้นที่ทางเดินทางกลางจาก 6 เมตรเป็น 10 เมตร และทางเดินระหว่างบูธจาก 3 เมตรเป็น 6 เมตร จัดพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจเพื่อรองรับลูกค้าเพิ่มเติมกว่า 3,000–5,000 ที่นั่งให้กับแต่ละแบรนด์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อจะสามารถกระจายลูกค้าที่ทำธุรกรรมต่าง สู่บริเวณพื้นที่โหลดดิ้งด้านหลังของอาคารชาเลนเจอร์ 2
               นอกจากนี้บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ เพิ่มความเชื่อมั่นให้บริษัทรถยนต์ที่ร่วมจัดแสดง และผู้เข้าชมงาน หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA)  รับรองว่าการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 มีการจัดเตรียมมาตรการทั้งด้านบริการ และด้านสุขอนามัยเป็นไปตามที่ภาครัฐกำหนด 

 

S 21061737

 

          ในขณะเดียวกันเพื่อสอดคล้องกับรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ร่วมมือกับผู้พัฒนาแพล็ตฟอร์มออนไลน์ เตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ Virtual Motor Show จำลองบรรยากาศของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 สู่แพล็ตฟอร์มออนไลน์ พร้อมออกแบบ e-Catalog และมีระบบแชตเพื่อพูดคุยโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อรถ และรับโปรโมชั่นเหมือนในงานปีนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของงานแสดงรถยนต์ในประเทศไทยที่มีการจัดงานแบบ Virtual พร้อมกันไปด้วย

 

S 21061741

คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

 

          คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อธิบายรายละเอียดของแพล็ตฟอร์ม Virtual Motorshow "ในปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในยุค New Normal สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงาน แต่อยากทราบข้อมูล และมีความประสงค์จะขอรับข้อมูลต่างๆ ของงาน โดยเราได้เปิดบริการ Virtual Motorshow ขึ้นมาผ่านทางเว็บแพล็ตฟอร์ม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานของแต่ละผู้จัดแสดงที่มาเข้าร่วมงานในปีนี้ทั้งข้อมูลรถยนต์ โปรโมชั่น และการดาวน์โหลดโบรชัวร์ โดยที่พิเศษจากนี้คือระบบ Live Chat ที่สามารถคุยรายละเอียด และเปิดการจองรถยนต์กับท่านฝ่ายขายของบริษัทนั้นๆ ผ่าน

ช่องทางนี้ ถือเป็นการพัฒนาในด้านบริการของบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ในฐานะผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในยุค New Normal ที่แม้ว่าจะต้องห่างกันหรือเว้นระยะจากกัน แต่เราก็ยังเชื่อมต่อกันได้ สามารถเข้าถึงบรรยากาศ และบริการในด้านต่างๆ ของงานผ่านทางโลกออนไลน์ที่เราจัดเตรียมเอาไว้ให้ได้"

               สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 โดยวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้เข้าชมงานเวลา 12.00-22.00น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้เข้าชมงานเวลา 11.00-22.00น. ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท

 

S 21061734

 

กำหนดการจัดงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41:

วันแขกพิเศษ V.I.P Day: วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

วันสื่อมวลชน Press Day: วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

วันสำหรับประชาชนทั่วไป: วันพุธที่ 15 กรกฎาคม–วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 (รวมระยะเวลา 12 วัน)

เวลาเปิดเข้าชม: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00-22.00 น.; วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 11.00–22.00 น. 

สถานที่จัดงาน: อาคารชาเลนเจอร์ 1-3, อิมแพค เมืองทองธานี